Archive for February, 2012

พืชผักสมุนไพรอย่างมะเขือเปราะ

February 27th, 2012


เพราะว่าในบ้านเรามีพืชผักสมุนไพร ที่มากมายและหลายอย่าง ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเมนูอาหารของเราให้น่ารับประทานเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังให้ประโยชน์แก่ร่างกายของเราที่มากอีกด้วย อย่างเช่น มะเขือเปราะยังเป็น พืชผักสมุนไพร ก็เป็นมะเขืออีกชนิดหนึ่ง ที่เรานิยมนำมาใช้ในการประกอบในอาหารหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน แกงป่า หรือบางคนก็อาจนิยมที่จะนำมาทานกันสดๆ โดยการนำมะเขือเปราะมาจิ้มน้ำพริก หรือใส่เราอาจจะนำมาในยำต่างๆ เราก็ได้รสอร่อยที่หลากหลายเลยล่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรปล่อย ให้มะเขือเปราะต้องวางทิ้งอยู่ข้างจานเพื่อที่จะนำมาทานคู่กับอาหารต่างๆ อีกต่อไป

วันนี้เราก็จะมาแนะนำประโยชน์มะเขือเปราะที่มีอยู่มากมาย โดยในอินเดียนั้น เขาจะนำมะเขือเปราะมาทำเป็นยาด้วยล่ะ โดยผลมะเขือเปราะนั้น เองจะช่วยขับพยาธิได้อีกด้วย ช่วยลดการอักเสบ ช่วยในการย่อยอาหารได้ดี และช่วยในการขับถ่ายอีกด้วยนะ

และได้มีงานวิจัยที่พบว่า พืชผักสมุนไพร อย่างผลมะเขือเปราะนี้เอง ที่มีฤทธิ์ช่วยในการลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ช่วยในการต้านมะเร็ง ช่วยในการบำรุงหัวใจ และยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย และมะเขือเปราะยังช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานได้อีกด้วย โดยนำสารสกัดจากมะเขือเปราะนั้น จะออกฤทธิ์คล้ายสารอินซูลิน โดยจะช่วยเสริมการใช้งานกลูโคส ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วยแล้ว ยังส่งผลในเชิงบวก ต่อการทำงานของตับอ่อนของเราอีกด้วยนะ

นอกจากนี้ในมะเขือเปราะยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 2 วิตามินซีรวมอยู่อีกด้วย

ไม่น่าเชื่อเลยว่ามะเขือเปราะจะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ พืชผักสมุนไพร รู้อย่างนี้ก็อย่าลืมนำมาเขือเปราะมาทานในมื้ออาหารของเราด้วยแล้วกัน

สะระแหน่พืชผักมีประโยชน์

February 20th, 2012

ส่วนที่นำมาใช้
ใบสดและลำต้นสะระแหน่

สรรพคุณของสะระแหน่

สำหรับสะระแหน่นั้น มีฤทธิ์เย็น และรสเผ็ด น้ำมันสะระแหน่ยังช่วยขับลมร้อน ที่ใช้เป็นยาดับร้อน ช่วยในการถอนพิษไข้ ช่วยขับลม ช่วยขับเหงื่อ ช่วยรักษาอาการหวัดลมร้อน สามารถนำมาใช้ผสมยา หรือทำเป็นยาอม เพื่อช่วยให้เย็นชุ่มคออีกด้วย

- สะระแหน่ช่วยรักษาอาการปวดศีระษะ ปวดฟัน เจ็บคอ เจ็บปาก เจ็บลิ้น โดยนำใบสะระแหน่ มาดื่มน้ำต้ม ใบสะระแหน่สัก 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย ดื่มวันละ 2 ครั้ง
- สะระแหน่ช่วยรักษาอาการบิดท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด โดยนำใบสะระแหน่ มาต้มดื่ม แล้วนำน้ำสะระแหน่มาดื่ม
- สะระแหน่ช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โดยการตำใบสะระแหน่ให้ละเอียด แล้วนำมาพอกบริเวณที่โดนแมลงกัดต่อย
- สะระแหน่ช่วยห้ามเลือดกำเดาได้ โดยการใช้สำลีชุบน้ำ สะระแหน่ที่คั้นได้ แล้วนำมาหยอดที่รูจมูกที่เป็นเลือดกำเดา รับรองว่าอาการจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ
-  สะระแหน่ช่วยรักษาอาการปวดหู โดยนำน้ำที่คั้นได้จากใบสะระแหน่แล้วนำมาหยอดหู จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีขึ้นกว่าเดิม
- สะระแหน่ช่วยรักษาอาการหน้ามือตาลาย โดยการรับประทานน้ำต้มใบสะระแหน่ และขิงสด จะช่วยให้อาการหน้ามืดตาลายหายไปได้

วิธีการใช้โดยการนำมาประกอบอาหาร
เพียงแค่เรานำใบสะระแหน่ มาช่วยใช้ลดกลิ่นคาวของอาหารจำพวกพร่า ยำ และลาบ หรือเรานำมาใช้แต่งกลิ่นเครื่องดื่ม และเหล้า ก็ได้เช่นกัน

ข้อควรระวัง
1. ทานใบสะระแหน่สด และยอดอ่อน มีสรรพคุณ ดีกว่าทานใบสะระแหน่แห้งด้วย
2. ทานใบสะระแหน่ ยังสามารถช่วยระงับอาการปวดได้ดี กว่าเราทานยาแก้ปวดเสียอีก

ใบชะพลู มากด้วยประโยชน์

February 13th, 2012

 

สำหรับ ชะพลู หรือ ใบชะพลู เป็นผักที่จัดว่าเป็นสมุนไพร มาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ก่อนเลยล่ะ เพราะว่าคนไทย ในสมัยก่อนมักจะนิยมนำใบชะพลู มาเคี้ยวหมากกันนั้นเอง หรือที่รู้จักกันดีในอีกชื่อว่า”หมากพลู” แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง สรรพคุณของใบชะพลู และ ประโยชน์ของใบชะพลู ว่ามี ประโยชน์ของใบชะพลู นั้น คนส่วนใหญ่ ที่มักจะนำมารับประทาน และอาหารที่คนไทยรู้จักกันดีนั้น ที่นำใบชะพลูมาใช้ในเมนู อาหาร คือ เมี่ยงคำ และนอกจากนี้ สรรพคุณของใบชะพลู ยังช่วยในการรักษาโรคได้อีกด้วย ถ้าอย่างนั้นเรามาดู สรรพคุณของใบชะพลู และ ประโยชน์ของใบชะพลู พร้อมๆกันเลย

สรรพคุณของใบชะพลู
ด้านคุณค่าทางอาหาร ของใบชะพลู

ใบชะพลู ได้แก่ รากที่ใช้ช่วยขับเสมหะ ช่วยบำรุงธาตุ ใบมีคุณสมบัติ ที่ช่วยในการเจริญอาหารและยังช่วยในการขับเสมหะ เถาและรากของชะพูล ก็จะใช้ขับเสมหะได้เหมือนกัน เพียงเรานำใบชะพูลมารับประทาน เพื่อช่วยปรับธาตุปรับความสมดุลภายในร่างกายของเรา แต่อย่าทานมากจนเกินไป เพราะว่าอาจเป็นพิษกับตัวคนกินได้เหมือนกัน ควรที่จะทานแต่พอดีเพียงเท่านั้นพอ

 

 

ด้านประโยชน์ของใบชะพลู

โดยใบชะพลู ที่มีสารอาหารที่สำคัญ และจำเป็นต่อร่างกายของคนเราอีกอย่าง คือ แคลเซียม,และวิตามินเอ ซึ่งจะมีปริมาณที่สูงเป็นพิเศษ และยังมีฟอสฟอรัส, เหล็ก, เส้นใย, และสารคลอโรฟิล, ส่วนสรรพคุณทางยา จะช่วยบำรุงธาตุ, ช่วยแก้จุกเสียด โดยการกินใบชะพลูมาก ๆ ชนิดที่เรียกว่า กินกัน ทุกวัน กินกัน แทบทุกมื้อ แคลเซียมที่มีอยู่ในใบชะพลูนั้น ก็จะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งถ้าสะสมมาก ๆ อาจทำให้กลายเป็นนิ่วในไตได้อีกด้วย แต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ในชีวิตประจำวันก็ไม่มีใครที่จะนำใบชะพลูมาทานได้มากมายขนาดนั้นหรอก ถ้ากินใบชะพลู ต้องกินร่วมกับเนื้อสัตว์ ร่างกายจึงจะใช้แคลเซียมที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยนะ

สรรพคุณ ทางยา ของใบชะพลู

- ดอก : ช่วยทำให้เสมหะแห้ง และ ช่วยขับลมในลำไส้
- ราก : ช่วยขับเสมหะให้ออก มาทางระบบขับถ่าย, ขับลมในลำไส้, ทำให้เสมหะแห้ง
- ต้น : ช่วยในการขับเสมหะในทรวงอก
- ใบ : มีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับเสมหะ เพราะในใบชะพลูมีสาร เบต้า-แคโรทีน สูงมากอยู่นั้นเอง


ข้อควรระวัง

ใบชะพลู ก็มีข้อควรระวังที่สำคัญอีกอย่าง คือ ไม่ควรที่จะรับประทานใบชะพลู ในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะว่าในใบชะพูลนั้น มีสารออกซาเลต (Oxalate) ที่หากสะสมเอาไว้ในร่างกายมาก ๆ จะทำให้เกิดนิ่วในไตได้นั้นเอง แต่หากเรารับประทานในจำนวน ที่พอเหมาะเว้นระยะบ้างเชื่อกันว่าชะพลู จะช่วยปรับธาตุในร่างกายของเราให้เกิดความสมดุล ขึ้นได้นั้นเอง

ประโยชน์ จากฟักทอง

February 7th, 2012

 

ฟักทองเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลมะระ ที่มีชนิดไม้เถาขนาดใหญ่ มีผิวที่ผล ขณะยังอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะมีสีเขียวสลับสีเหลือง ผิวก็จะไม่เรียบ แต่จะขรุขระเปลือกมีลักษณะที่แข็ง เนื้อในฟักทองมีสีเหลือง และมีเส้นใยกากอาหาร อยู่ภายในเป็นสีเหลืองนิ่ม พร้อมกับเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่ กับฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง มีมากมาย และสามารถนำมาใช้กินเพื่อบำรุงร่างกายและช้วยรักษาโรคได้อีกด้วยล่ะ

สรรพคุณ ของฟักทอง

- เมล็ดสามารถช่วยนำมาขับพยาธิตัวตืด, ขับปัสสาวะ, และบำรุงร่างกายได้ดี

- รากฟักทอง ช่วยบำรุงร่างกาย, แก้ไอ, ถอนพิษของฝิ่นได้

- น้ำมันจากเมล็ดฟักทอง ช่วยบำรุงประสาทได้ดี

- เยื่อกลางผลฟักทอง สามารถนำมาพอก ช่วยแก้อาการฟกช้ำ, ปวด, และอักเสบ

ประโยชน์ของฟักทองทางด้านอาหาร

-ในเนื้อฟักทอง มีวิตามินเอที่สูงมาก, มีฟอสฟอรัส, แคลเซียม, วิตามินซี, แป้ง, สารสีเหลือง, และโปรตีน

-ใบอ่อนฟักทอง มีวิตามินเอสูง เทียบเท่ากับเนื้อฟักทอง มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูงกว่าในเนื้อฟักทอง

-ดอกฟักทอง มีวิตามินเอ, ธาตุแคลเซียม ,และฟอสฟอรัส, มีวิตามินซีบ้างเล็กน้อย

-เมล็ดฟักทอง มีน้ำมัน, แป้ง, ฟอสฟอรัส, โปรตีน,และวิตามิน

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับฟักทอง

ในเมล็ดฟักทอง มีสารชื่อ คิวเคอร์บิติน (cucurbitine) ซึ่งมีฤทธิ์ที่ไปช่วยฆ่าพยาธิตัวตืดได้ดี วิธีการใช้

- ให้เตรียมเมล็ดฟักทองประมาณ 60 กรัม นำเมล็ดฟักทองมาทุบให้แตกละเอียด แล้วนำมาผสมกับน้ำตาล, นม, และน้ำ เติมลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แล้วแบ่งมารับประทาน 3 ครั้ง ทานห่างกันทุก 2 ชั่วโมง จะช่วยฆ่าพยาธิตัวตืดได้ หลังจากนั้น ให้ทานยาแล้ว ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วควรรับประทานยาระบายน้ำมันละหุ่งสัก 2 ช้อนโต๊ะจะช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น